Monthly Archives: October 2015

Spam Mail (Junk Mail)

ในปัจจุบันการติดต่อสื่อสารทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรืออีเมล์เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในระดั องค์กรเพื่อติดต่อทางธุรกิจ หรือการติดต่อสื่อสารส่วนตัว ซึ่งอีเมล์แอดเดรสของเราก็เปรียบเสมือนการที่อยู่ทางไปรษณีย์นั่นเอง แต่จะแตกต่างกันก็คืออีเมล์แอดเดรสจะถูกส่งไปกับอีเมล์ที่เรารับ,ส่ง, ส่งต่อ(forward) ก็หมายถึงทุกครั้งที่เรารับ, ส่ง หรือ ส่งต่ออีเมล์จะทำให้คนที่อยู่ในกลุ่มผู้รับหรือผู้ที่รับอีเมล์ต่อจะรู้อีเมล์แอดเดรสของเราอย่างง่ายดาย หมายถึงโอกาสที่กลุ่มผู้สร้าง SPAM จะสามารถรู้อีเมล์แอดเดรสของเราและส่ง SPAM อีเมล์มาให้เราได้อย่างไม่ยากเลย ไม่ว่าจะหาจากตาม Website ต่างๆ ของเจ้าของ Email ที่ได้ประกาศไว้สำหรับการติดต่อสื่อสารต่างๆ กับทางลูกค้าทำให้สามารถได้ Email มาโดยง่าย
Spam คืออะไร

SPAM จริงๆแล้วก็ไม่ได้เป็นคำย่อมาจากคำใดๆ และก็ไม่เคยมีความหมายในภาษาอังกฤษมาก่อน เพียงแต่เป็นคำแสลง ที่ใช้ในการเรียกอีเมล์ที่ส่งมาเพือมีจุดประสงค์ในการโฆษณาขายสินค้า, ประชาสัมพันธ์, บริจาค, ขอความช่วยเหลือ หรืออื่นๆ ซึ่งสร้างความรำคาญในกับผู้ใช้อีเมล์หากได้รับอีเมล์ประเภทนี้มาเกินไป แต่ปัจจุบัน Spam Mail ยังแฝงมาด้วย Malware ต่างๆ ที่จะคอยขโมยข้อมูลสำคัญบนเครื่องผู้ใช้งาน

Spam เกิดขึ้นได้อย่างไร

ก็อย่างที่เรารู้กันว่าการส่งอีเมล์เป็นการสื่อสารที่เสียค่าใช่จ่ายน้อยและสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้จำนวนมาก พวกสร้าง SPAM ก็คือพวกที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคให้ได้มากที่สุดเพื่อจุดประสงค์ในการ โฆษณาขายสินค้า, ประชาสัมพันธ์ ทางธุรกิจของตน จึงใช้วิธีการให้ได้มาซึ่งอีเมล์แอดเดรสของกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งอาจเป็นได้จากหลายกรณี เช่น การที่เราส่งต่ออีเมล์ต่างๆ, การใช้อีเมล์แอดเดรสในการสมัครสมาชิกของกลุ่มข่าว (newsgroup) หรือ สมัครสมาชิกของ website ต่างๆ เป็นต้น

วิธีการป้องกัน
จะเห็นได้ว่า SPAM เกิดจากการที่พวกที่สร้าง SPAM รู้อีเมล์แอดเดรสของเรา ดังนั้นการป้องกันที่สาเหตุที่ดีที่สุด คือการที่ป้องกันไม่ให้คนอื่นที่ไม่จำเป็นหรือไม่เกี่ยวข้องในติดต่อรู้อีเมล์แอดเดรสของเราแต่ถ้าเราไม่สามารถป้องกันได้ที่สาเหตุตั้งแต่แรก และเราได้เคยได้รับ SPAM อีเมล์แล้ว เราก็สามารถการป้องกันได้ที่ปลายเหตุ โดยใช้ความสามารถของอีเมล์ไคลเอ็นท์ เช่น Microsoft Outlook ในการกรอง SPAM อีเมล์ หรือใช้ระบบ Mail Gateway ที่กรอง สแปมเมล์ก่อนส่งเข้ามายัง Mail Server ตามความเหมาะสม

โดยทั่วไปการป้องกัน SPAM สามารถทำได้ดังนี้

1.หลีกเลี่ยงการตอบอีเมล์ SPAM

เพราะการตอบอีเมล์ SPAM ทำให้พวกผู้สร้าง SPAM รู้ว่าคุณยังใช้อีเมล์แอดเดรสและเมล์บ๊อกซ์นี้อยู่ ทำให้พวกผู้สร้าง SPAM จะส่งอีเมล์ SPAM มาอีก ทางที่ดีที่สุดคือลบอีเมล์ SPAM ทิ้งเมื่อคุณได้รับมัน

2.ไม่ควรใช้อีเมล์แอดเดรสที่ใช้ในองค์กร ในการลงทะเบียนใดๆ บนอินเตอร์เนต

ในบางครั้งคุณอาจต้องการลงทะเบียน mailing list, news group , การดาวน์โหลด freeware หรือ shareware, การสมัครสมาชิกใดๆบนอินเตอร์เนต หรือการซื่อของทางอินเตอร์เนต คุณไม่ควรจะใช้อีเมล์แอดเดรสที่ใช้ในองค์กรในการลงทะเบียนเหล่านี้ เพราะจะทำให้อีเมล์แอดเดรสของคุณหลุดรอดไปยังพวกสร้างอีเมล์ SPAM ได้ ข้อแนะนำคือ ให้สร้างอีเมล์แอดเดรสในฟรีเมล์เช่น hotmail ไว้อีกหนึ่งอีเมล์แอดเดรส เพื่อใช้ในการลงทะเบียนหรือซื้อของทางอินเตอร์เนตแทนการใช้อีเมล์แอดเดรสหลักที่ใช้ในองค์กร

3. ถ้าคุณเป็นผู้ดูแลระบบคุณอาจจะต้องกำหนดให้ผู้ใช้เครือข่ายของคุณใช้กฎการป้องกันอีเมล์

4. หากคุณมี web site เป็นของตัวเอง ไม่ควรใส่อีเมล์แอดเดรสหลักที่คุณใช้ในองค์กรลงบน web site

5. หากต้องใช้อีเมล์แอดเดรสในการลงทะเบียน website ใดๆให้อ่าน privacy policy ให้ละเอียด

สำหรับ website ที่ต้องการให้คุณใช้อีเมล์แอดเดรสในการลงทะเบียน มักมี privacy policy ให้คุณอ่านและเลือกตอบ เช่น คุณต้องการเปิดเผยข้อมูลและอีเมล์แอดเดรสของคุณแก่ผู้ที่อยู่ในกลุ่มผู้ใช้ของ website หรือไม่ ?, อีเมล์ของคุณต้องการให้เก็บเป็นความลับหรือไม่ ? เป็นต้น ดังนั้นคุณจะต้องอ่านให้ละเอียดและเลือกตอบให้เหมาะสม

6. ลบข้อมูลของคุณจาก profile ต่างๆที่อาจค้นเจอได้โดยทางอินเตอร์เนต

ข้อนี้อาจทำได้ยากในทางปฎิบัติ แต่จากการสำรวจอย่างไม่เป็นทางการของผู้เขียนเอกสาร Crabby’s top 10 spam-fighting tips พบว่าเมื่อทำการลบ profile ที่เราไปลงทะเบียนไว้หรือแสดงอีเมล์แอดเดรสของเราเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น Internet directory, กลุ่มข่าว หรือ discussion board พบว่าจำนวนอีเมล์ SPAM ลดลง

7. ไม่ควรส่งต่ออีเมล์ประเภท chain e-mail หรือ forward mail

ซึ่งปัจจุบันมี chain e-mail หลายรูปแบบ เช่นการบริจาคเงิน , บริจาคเลือด, การได้รับรางวัล ต่างๆ หรือ forward e-mail เช่นรูปภาพ, ข้อความ, ข่าว เป็นต้น

หากต้องการส่งต่ออีเมล์ประเภทนี้ ก็ควรจะลบรายชื่อของผู้ที่ได้รับอีเมล์ก่อนหน้านี้ที่จะปรากฎอยู่เมื่อคุณกดปุ่ม Forward ทั้งนี้เป็นช่วยการป้องกันผู้ที่อยู่ในรายชื่อของผู้ที่ได้รับอีเมล์ก่อนหน้านี้ แต่อย่าลืมว่าผู้ที่
ได้รับอีเมล์ต่อจากคุณอาจจะส่งต่อไปให้เพือนๆของเขา ซึ่งคุณก็มีโอกาสเสี่ยงในการที่พวกสร้างอีเมล์ SPAM จะรู้อีเมล์แอดเดรสของคุณอยู่ดี

ทำไมอีเมล์ถึงส่งไปถึงผู้รับปลายทาง

สำหรับผู้ดูแลระบบ Mail Server ปัญหาที่เจอได้ประจำคือทำไมบางที Email ถึงส่งไปถึงปลายทาง ปัญหาเหล่านี้เกิด ได้จากหลายๆ สาเหตุ ดังนี้

  1.  Mail Server มีการส่ง Spam ออกไป เนื่องจาก Account ผู้ใช้งานโดน Hack Password หรือ Website ที่มี Form กรอกเพื่อส่ง Email ถูกเจาะ เนื่องจาก Script ที่เขียนไว้ไม่ดี ซึ่งเมื่อ ส่ง Spam Mail ออกไปแล้วจะทำให้ IP ของ Mail Server ติด Blacklist ไม่สามารถ ส่ง Email ไปยังปลายทางได้ ต้องทำการแก้ปัญหาไม่ให้ Spam หยุดส่งก่อน แล้วจึงแจ้งขอปลด Black list ไปยังผู้ให้บริการ Black List Server ต่างๆ
  2. ไม่ได้ทำ Reverse DNS ซึ้งตรงนี้สามารถแจ้งไปยังผู้ให้บริการ Internet ทำการ ติดตั้ง Reverse DNS ให้กับ IP ของเราได้
  3. Set ค่า SPF record ไม่ถูกต้อง

สุดท้ายถ้าต้องการแก้ปัญหาอย่าถาวรในเรื่องการส่ง Spam ออก สามารถใช้บริการ Mail Gateway ขาส่งกับทาง Antispamnetwork ได้ ซึ่งจะทำการกรอง ไม่ให้ Spam ถูกส่งออกไป

Antispam free ทำงานยังไง

ระบบ Antispam ที่ใช้งานได้ฟรี ส่วนใหญ่เป็นระบบแอนตี้สแปม สำหรับใช้งานส่วนตัว หรือสำหรับผู้ใช้ตามบ้าน ซึ่งการทำงาน ของ Antispam free จะมากับระบบ Email Client ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft Outlook , Microsoft live mail ซึ่ง จะทำงั้นโดนการตรวจสอบ Spam Mail บนเครื่องของผู้ใช้งานนั้นๆ  ข้อเสียก็คือ Spam หรือ Malware ที่มากับอีเมล์ ได้ถูกส่งผ่านถึงผู้ใช้แล้ว และก็อาจเป็นไปได้ที่ผู้ใช้จะเปิดอ่านอีเมล์ บน Spam Folder บนเครื่องผู้ใช้งาน ดังนั้นการป้องกัน สแปมเมล์ ที่ได้ผลที่สุดคือการกรอง อีเมล์ ก่อนที่จะถูกส่งถึงผู้ใช้งาน ด้วยระบบ Antispam Gateway หรือ Mail Gateway อย่าง ของ Antispamnetwork.com

ระบบ AntispamNetwork เหมาะกับใครบ้าง

AntispamNetwork เป็นระบบกรองสแปมเมล์ Antispam ทำงานบนระบบ Cloud ช่วยกรอง Email ทั้งขาเข้า และขาออก ให้กับระบบ  Mail Server บริการนี้เหมาะกับ

  1. องค์กร หรือหน่วยงาน ที่มีระบบ Mail Server เป็นของตัวเอง หรือใช้บริการ Email / Web Hosting อยู่ และมีปัญหา Spam Mail เข้ามาจำนวนมาก รวมถึงไวรัสและมัลแวร์ต่างๆ ที่เข้ามากับทางอีเมล์
  2. องค์กร บริษัท ที่ใช้งาน Antispam Gateway อยู่แล้วกับผู้ให้บริการเจ้าอื่นแต่มีปัญหา เรื่องการบริการ ราคาที่ยังสูงอยู่
  3. บริษัทที่มีปัญหา Email Server ติด Blacklist ไม่สามารถส่ง Email ไปยังปลายทางได้
  4. บริษัที่ต้องการมี Gateway Mail สำรองเผื่อในกรณี Mail Server Down หรือมีปัญหา Email ก็ยังส่งมารอได้